เปรียบเทียบระหว่างน้ำผลไม้คั้นสด กับน้ำผลไม้ปั่น บริโภคแบบไหนได้ประโยชน์มากกว่า

การรับประทานผัก ผลไม้แบบสด หรือจะดื่มเป็นน้ำผลไม้ที่ไม่มีส่วนผสมของสารปรุงแต่งใดๆ เมื่อดื่มเข้าไปไม่ว่าจะดื่มรูปแบบไหนล้วนแต่ส่งผลประโยชน์โดยตรงสู่ร่างกายของเราแน่นอนทุกรูปแบบ แต่การรับประทานแบบเป็นผลสดๆ ผู้บริโภคจะได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนมากที่สุด แต่จะต้องผ่านกระบวนการย่อยให้กระเพาะอาหารทำงานหนักมากกว่าการบริโภคแบบเป็นน้ำ และการบริโภคในรูปแบบดื่มเป็นน้ำผลไม้นิยมดื่มกันมากที่สุดอยู่ 2 รูปแบบ คือ น้ำผลไม้แบบคั้นสด และน้ำผลไม้ปั่น ซึ่งทั้ง 2 รูปแบบต่างมีวัตถุดิบหลักเป็นผัก ผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ยังคงเป็นคำถามกันว่าแล้วดื่มแบบไหนถึงจะได้สารอาหารที่เป็นประโยชน์มากกว่ากัน หรือมีข้อแตกต่างกันอย่างไรบ้าง เรามีสรุปแบบสั้นๆมาให้ผู้บริโภคได้ศึกษาเป็นข้อมูลอ้างอิงมาให้อ่านกัน สรุปได้ดังนี้

น้ำผลไม้คั้นสด (Juicing) เป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่มีลักษณะเป็นน้ำเพียงอย่างเดียว โดยจะทำการแยกระหว่างน้ำและกากใยออกจากกัน แล้วเลือกดื่มเฉพาะส่วนที่เป็นน้ำ ส่วนของกากใยที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่เรียกว่าไฟเบอร์ทิ้งไป ข้อดีของการบริโภคน้ำผลไม้คั้นสดรูปแบบนี้ คือ ช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นจากความเหนื่อยล้า หรือดื่มเป็นมื้อเช้าขณะท้องว่างจะยิ่งทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่ามากยิ่งขึ้น เมื่อดื่มน้ำผลไม้คั้นสดเข้าไป ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารนำไปใช้ได้ทันที โดยไม่ต้องให้ระบบย่อยอาหารทำงานหนัก เพราะไม่มีส่วนของกากใยให้ระบบย่อยได้ทำงานนั่นเอง จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาระบบย่อยอาหารทำงานได้ไม่ดีพอ ผู้ที่มีอาการท้องผูก จะเข้าไปช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น น้ำผลไม้คั้นสดจะให้สารอาหารที่จะเข้าไปช่วยซ่อมแซม หรือฟื้นฟูการทำงานของเซลล์ต่างๆ ให้ทำงานสม่ำเสมอ ให้อยู่ในสภาวะปกติ แต่การดื่มน้ำผลไม้ก็มีข้อควรระวังให้คำนึงอยู่เหมือนกัน เพราะอย่าลืมว่าการดื่มน้ำผลไม้คั้นสดรูปแบบนี้ไม่มีกากใยผสมอยู่ ทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้เร็ว นั่นจึงหมายถึงจึงมีการดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็ว และหากผู้บริโภคดื่มน้ำผลไม้ในปริมาณมากเกินไปจะทำให้ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดเพิ่มขึ้นอีกด้วย เพราะฉะนั้นน้ำผลไม้คั้นสดจึงไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดื่มเพื่อลดน้ำหนัก หรือดื่มเพื่อให้อิ่มท้องแทนการรับประทานอาหารมื้อระหว่างวันได้ เนื่องจากไม่มีกากใยที่ช่วยให้อิ่มท้องได้นั่นเอง จะยิ่งทำให้ผู้บริโภครู้สึกหิวเร็วขึ้น นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้มีการดื่มน้ำผลไม้มากเกินปริมาณที่เหมาะสมในแต่ละวัน

น้ำผลไม้ปั่น (Smoothie) เป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่มีลักษณะเป็นน้ำเพื่อดื่มเช่นเดียวกัน แต่เครื่องดื่มรูปแบบนี้จะไม่ทำการแยกระหว่างส่วนที่เป็นน้ำและกากใยออกจากกัน จะใช้วัตถุดิบทั้งเนื้อ เปลือก และน้ำของวัตถุดิบทั้งหมด ปั่นรวมกันจนละเอียดดื่มเป็นแก้วในครั้งเดียวครบถ้วน เครื่องดื่มรูปแบบนี้ร่างกายจะไม่สามารถดูดซึมนำเอาสารอาหารต่างๆไปใช้ได้ในทันที เพราะมีส่วนผสมที่เป็นส่วนของกากใยผสมอยู่ด้วย จึงต้องผ่านกระบวนการย่อยอาหารระดับที่ร่างกายทำงานแบบคงที่ก่อน ร่างกายถึงจะดูดซึมเอาสารอาหารไปใช้ได้ ซึ่งก็ยังย่อยง่ายกว่าการรับประทานแบบเป็นผลสด ข้อดีของน้ำผลไม้แบบปั่น หรือเครื่องดื่มสมูทตี้นี้ คือ การที่มีส่วนผสมของกากใยอยู่มาก ทำให้การดูดซึมเป็นไปอย่างช้าๆ ลำเลียงสารอาหารเข้าสู่ร่างกายอย่างเป็นปกติ และเป็นการช่วยป้องกันไม่ให้เกิดภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูงเฉียบพลัน น้ำผลไม้ปั่นยังเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดี เป็นเครื่องดื่มที่ช่วยให้อยู่ท้อง ดื่มแทนอาหารระหว่างวันได้ดี ช่วยให้ไม่หิวบ่อย และยิ่งมีการออกกำลังกายควบคู่ไปด้วยจะยิ่งทำให้เห็นผลเร็วขึ้น

สำหรับผู้ที่ต้องการทำน้ำผลไม้คั้นสด และน้ำผลไม้ปั่นหรือเครื่องดื่มสมูทตี้เพื่อสุขภาพทานเองที่บ้านก็ไม่ได้มีความยุ่งยากเฉกเช่นในอดีตอีกต่อไป เพียงแค่มีเครื่องปั่นสมูทตี้ดีๆ ที่ตรงตามความต้องการของเราซักเครื่องก็สามารถทำได้แล้ว เพราะเครื่องดื่มทั้ง 2 รูปแบบนี้ จะใช้เครื่องปั่นในการทำคนละประเภทแตกต่างกัน คือ น้ำผลไม้คั้นสด จะใช้เครื่องปั่นประเภทแยกกากที่มีกำลังการทำงานของมอเตอร์ที่ใช้ความเร็วสูง สามารถคั้นน้ำผลไม้ให้เสร็จได้ภายในระยะเวลาอันสั้น หรือจะเลือกใช้เครื่องปั่นแบบสกัดเย็นก็ย่อมได้ แต่จะใช้ระยะเวลาในการทำมากกว่าแบบแยกกากความเร็วสูง สำหรับน้ำผลไม้ปั่น หรือสมูทตี้ จะใช้เครื่องปั่นแบบเคาน์เตอร์ที่เราคุ้นเคยกันดี เป็นเครื่องที่ได้รับความนิยมซื้อมาใช้งานกันมากที่สุดเลยก็ว่าได้ โดยการทำงานจะแบ่งส่วนประกอบออกเป็น 2 ส่วน คือส่วนที่เป็นฐานมอเตอร์ทำหน้าที่ควบคุมระบบการทำงานของตัวเครื่องทั้งหมด และส่วนของโถปั่นที่จะมีส่วนของใบมีดซ่อนอยู่ด้านใน โถปั่นจะตั้งอยู่ด้านบนตัวฐาน จะต้องเชื่อมต่อเข้าด้วยกันพอดีก่อนเปิดใช้งาน วัสดุที่ใช้ผลิตโถปั่นยังมีอยู่หลายแบบให้ผู้บริโภคได้เลือกใช้ตามความชอบอีก ทั้งแบบที่เป็นแก้ว ,แบบพลาสติก และแบบอลูมิเนียม แต่วัสดุที่ตอบโจทย์มากที่สุดแนะนำให้เลือกแบบแก้ว เพราะมีลักษณะใส โปร่งแสง สามารถมองเห็นวัตถุดิบด้านในได้ง่าย และแก้วจะไม่ค่อยพบกับปัญหาการติดกลิ่นอาหารมากกว่าวัสดุชนิดอื่น